ศึกครั้งนี้ยังไม่จบ!! สงครามการค้า จีน-สหรัฐฯ ควรพอ หรือ ยืดเยื้อต่อไป??

ศึกครั้งนี้ยังไม่จบ!! สงครามการค้า จีน-สหรัฐฯ ควรพอ หรือ ยืดเยื้อต่อไป??

          เรียกได้ว่า ยังร้อนระอุกันอย่างต่อเนื่อง กับข่าวดังระดับโลก ที่ทุกประเทศจับตามอง เพราะมันมีผลกระทบต่อความมั่นคงของเศรษฐกิจโลก หากเรื่องสงครามการค้า ระหว่าง สหรัฐฯ และจีน ไม่ยอมจบ ยังคงสาดศึกกันไปมา โดยไม่มีท่าทีว่าจะจบลงในระยะเวลาอันรวดเร็วนี้ได้เลย ซึ่งบางครั้ง การเจรจาร่วมกันก็เกือบจะดี แต่ก็มีเรื่องทำให้ต้องเปิดสงครามการค้ากันได้ทุกที แล้วใครรับผลกระทบ?? ก็คงไม่พ้นผู้บริโภค ที่ต้องซื้อสินค้าในราคาแพงขึ้น เนื่องจากการขึ้นภาษีนำเข้าแลกกันหมัดต่อหมัดอยู่ 2 ประเทศ แล้วก็ดันเป็นประเทศมหาอำนาจ ที่มีผลต่อโลกด้วยนี่สิ……แล้วมันจะจบลงอย่างไร!!!

          ก่อนที่จะกลายเป็นสงครามการค้าที่บานปลายต่อเนื่องแบบนี้ จุดเริ่มต้นมาจาก ทั้ง 2 ประเทศ มีมูลค่าการค้าร่วมกันอยู่แล้ว ในการผลิตสินค้าบางประเภท อะไหล่บางชิ้นผลิตจากจีน แล้วส่งกลับมาประกอบที่สหรัฐ ก่อนที่จะส่งกลับไปขายในจีนอีกรอบ  ซึ่งความสัมพันธ์ทางการค้า ย่อมขาดกันไม่ได้ เพราะก่อให้เกิดรายได้มหาศาล เกิดการจ้างงานและการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ แต่สุดท้ายมันก็ลามมาเป็นสงครามการค้าจนได้ ไม่ว่าจะเป็น การละเมิดลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาของสินค้าจีน โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มไอที, นโยบาย Made in China 2025 ซึ่งจีนต้องการผลิตสินค้าที่ไฮเทคขึ้น ภายใต้การละเมิดฯ, การเพิ่มกำแพงภาษี เพื่อลดการขาดดุลทางการค้ากับประเทศจีน ลามมาจนถึงการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าระหว่างกัน จนเมื่อไม่นานมานี้ก็มีข่าวแบนการทำธุรกิจกับ Huawei อีก

          โดยวิธีการตอบโต้ มักจะเป็นการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน หรือ จีนขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ การจำกัดการส่งออก จนสุดท้ายความหวังในการเจรจาการค้ากันใหม่ระหว่าง 2 ผู้นำในการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นในช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งมีเงื่อนไขว่า สหรัฐจะไม่ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนมูลค่า 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้สหรัฐยังเปิดทางให้บริษัทเอกชน สามารถซื้อขายสินค้ากับ Huawei ได้ด้วย ขณะที่ประเทศจีนได้รับปากว่าจะซื้อสินค้าทางเกษตรจากสหรัฐเพิ่มเติม

          แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ไม่เป็นผล เมื่อการเจรจาตามตกลงไม่มีความคืบหน้า สหรัฐคิดว่า จีนยังไม่ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ คือ เรื่องของการซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐ ด้วยปริมาณมหาศาล เช่น ถั่วเหลือง ฯลฯ ทำให้ประธานาธิบดี  โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าสหรัฐจะเรียกเก็บภาษีอีก 10% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ ในขณะที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้ตอบโต้ด้วยการปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าลงต่ำกว่าระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี และเสียเปรียบในการส่งออก  และรัฐบาลจีนยังได้สั่งให้บริษัทของรัฐ ระงับการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐอีกด้วย ซึ่งส่งผลการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก

          แล้วสงครามการค้าทั้ง 2 ประเทศ จะจบลงอย่างไร?? ยิ่งปล่อยให้บานปลายมากเท่าไหร่ ยิ่งเริ่มส่งผลต่อเศรษฐกิจ ที่ลุกลามสะเทือนไปยังการค้าในประเทศอื่นๆได้ ซึ่งหากต่อไป การเจรจาร่วมกันไม่สำเร็จ จีนก็อาจใช้วิธีดึงเกมยาวไป จนถึงหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในช่วงปี 2020 อีกครั้ง เราคงต้องติดตามกันให้ดี และหวังว่าสงครามการค้าของประเทศมหาอำนาจทั้งสอง จะจบลงอย่างสวยงาม.

 

 

 

         

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *